โอมาร์ แบร์ราดา ซีอีโอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันสโมสรมีแผนการเสริมทัพที่ชัดเจนในตลาดยกเค้าซัมเมอร์นี้ โดยจะเน้นผสมผสานระหว่างแข้งเก๋าและดาวรุ่ง พร้อมลั่นวาจาจะไม่ยอมโดนเอเยนต์หรือกลไกตลาดขูดรีดค่าตัวเกินจริง หลังเพิ่งบรรลุข้อตกลงคว้าตัว เอแดร์ซอน มิดฟิลด์จากอตาลันตามาร่วมทีมเป็นรายแรกด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ผู้อำนวยการแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลุดเผยแผนเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ของปีศาจแดง โดยจะยังคงทุ่มเงินก้อนโตต่อไปหลังจากปิดดีลคว้าตัว เอแดร์ซอน มาร่วมทีมได้สำเร็จ
โอมาร์ แบร์ราดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่ยอมถูกกดดันจากกลไกตลาดหรือบรรดาเอเยนต์ในการย้ายทีมของผู้เล่นพรีเมียร์ลีก
นักธุรกิจชาวโมร็อกโกยืนยันว่า ยูไนเต็ดพร้อมที่จะดำเนินตามรอยแผนการย้ายทีมของฤดูกาลที่แล้ว ด้วยการเซ็นสัญญากับผู้เล่นที่มีประสบการณ์และดาวรุ่งผสมผสานกัน
ยูไนเต็ดทุ่มเงินไปมากกว่า 200 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว มาเตอุส คุนญ่า, บริย็อง เอ็มเบอโม, เบนยามิน เซสโก้ และ เซนเน่อ ลัมเมนส์ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และมันก็ผลิดอกออกผลอย่างงดงาม
ยูไนเต็ดกำลังเล็งเป้าหมายนักเตะใหม่ไว้อย่างน้อย 5 รายในซัมเมอร์นี้ โดย เอแดร์ซอน กองกลางของอตาลันต้า กำลังจะกลายเป็นนักเตะใหม่รายแรกที่ย้ายเข้ามา หลังจากสโมสรบรรลุข้อตกลงมูลค่า 38 ล้านปอนด์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแนวทางที่ยูไนเต็ดจะใช้ในตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ แบร์ราดาเชื่อว่าสโมสรมีแผนการที่ชัดเจน
แบร์ราดา วัย 48 ปี กล่าวกับ อินไซด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า "รูปแบบสิ่งที่เราทำเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วจะถูกนำมาใช้ซ้ำอีกครั้ง เรามีแผนการที่ชัดเจน"
"ผมคิดว่าสิ่งที่เราเห็นในฤดูกาลที่แล้วเป็นแนวทางที่ดีสำหรับเรา ซึ่งก็คือเราต้องการส่วนผสมของประสบการณ์และสายเลือดใหม่"
"เราต้องการส่วนผสมของผู้เล่นที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ และอาจรวมถึงผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีมากนอกพรีเมียร์ลีกด้วย"
แม้ว่าจะได้กลับสู่เวทียุโรปถ้วยใหญ่แล้ว แต่แบร์ราดาก็เตือนว่ายูไนเต็ดจะต้องมีวินัยอย่างมากในตลาดซื้อขายและไม่ใช้เงินเกินตัว เขากล่าวว่า "เราต้องมีวินัยจริงๆ มันง่ายๆ แค่นั้นเลย"
"มันสำคัญมากที่คุณจะต้องไม่ปล่อยให้ตลาดหรือพวกเอเยนต์มาบงการสิ่งที่เราควรทำ"
"เรารู้ว่าเราสามารถลงทุนได้เท่าไหร่และเราต้องยึดมั่นในสิ่งนั้น แต่เราก็ต้องมีความคล่องตัวและยืดหยุ่นด้วย เรามีแผนการที่ชัดเจน"
คาเซมิโร่ย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปแล้ว และการขาดความเชื่อมั่นในตัว มานูเอล อูการ์เต้ มิดฟิลด์ชาวอุรุกวัย ซึ่งซื้อมาจากเปแอสเชด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ในปี 2024 ก็ถูกแสดงให้เห็นจากการที่ ไมเคิล คาร์ริก ไม่ใช้งานเขาเลยหลังจากที่เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่แพ้ลีดส์คาบ้านเมื่อเดือนเมษายน
นอกเหนือจากเอแดร์ซอนแล้ว ยูไนเต็ดยังให้ความสนใจในตัว มาเตอุส แฟร์นานเดส กองกลางเวสต์แฮมที่มีค่าตัวประเมิน 80 ล้านปอนด์ และ คาร์ลอส บาเลบา ของไบรท์ตัน
ซิตี้ดูเหมือนจะเป็นผู้นำในการแข่งขันเพื่อเซ็นสัญญากับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน และโดนปฏิเสธข้อเสนอแรกจากนอตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่ต้องการค่าตัวมากกว่า 100 ล้านปอนด์
แบร์ราดาย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2024 หลังจากทำงานที่เอติฮัด สเตเดี้ยม นาน 13 ปี โดยเขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอล
การย้ายทีมครั้งนี้ยังทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลคนปัจจุบันของยูไนเต็ดอีกด้วย
เขากล่าวเสริมว่า "เจสันและทีมของเขาเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีในการดำเนินงานตามแผนนั้น สิ่งที่เราเห็นในฤดูกาลที่แล้วเป็นแนวทางที่ดีสำหรับเรา ซึ่งก็คือเราต้องการได้ประสบการณ์ในกลุ่มผู้เล่นอายุน้อย"
"ในบางกรณี เราอาจตัดสินใจลงทุนโดยรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่สำหรับอีกสองหรือสามปีข้างหน้า แต่สำหรับอีกสิบปีข้างหน้าด้วย"
แบร์ราดาคาดว่ายูไนเต็ดอยู่ใน "จุดที่ดี" ที่จะบรรลุเป้าหมาย "โปรเจกต์ 150" และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ภายในสองปี
เมื่อตอนที่ อีนิออส (Ineos) เข้ามาดูแลการดำเนินงานด้านฟุตบอลของยูไนเต็ดในปี 2024 แบร์ราดาได้เปิดเผยถึงความปรารถนาของสโมสรในการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 21 ภายในปี 2028 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 150 ปีของการก่อตั้งสโมสร
เขากล่าวว่า "ตามหลักการแล้ว เราจะทำมันในฤดูกาลหน้า และถ้าไม่ได้ ก็เป็นฤดูกาลถัดไป ผมคิดว่าเราอยู่ในจุดที่ดี"
"เราได้เห็นความก้าวหน้าที่ดีมากๆ ในสนามฤดูกาลนี้ และเราจะสานต่อสิ่งนั้นต่อไป"
"เราจะลงทุนในด้านต่างๆ ของสโมสรต่อไป นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์อื่นๆ นอกสนามที่เราต้องการบรรลุเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือความยั่งยืนทางการเงิน และการนำนวัตกรรมเชิงพาณิชย์เข้ามาสู่สโมสร"
ยูไนเต็ดยืนยันการแต่งตั้งคาร์ริกเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนแบบถาวรเมื่อเดือนที่แล้ว
กุนซือวัย 44 ปีทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงที่ทำหน้าที่คุมทีมชั่วคราว ต่อจากการโดนปลดของ รูเบน อโมริม ในเดือนมกราคม โดยเขาพาทัพปีศาจแดงจบอันดับสามในพรีเมียร์ลีกและคว้าสิทธิ์ไปเล่นแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ
แบร์ราดากล่าวชื่นชมผลงานและความเหมาะสมของคาร์ริก โดยเขากล่าวเสริมว่า "ผมคิดว่าเขาได้รับสิทธิ์ในการนำทีมต่อไปในอีกสองปีข้างหน้าหรือมากกว่านั้น"
แบร์ราดาอธิบายถึงคาร์ริกว่าเป็น "คนที่มีความทะเยอทะยานสูงแต่ก็มีความสุขุมมากเช่นกัน" และแสดงความมั่นใจว่าคาร์ริกและทีมงานของเขาจะมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จ
แบร์ราดายอมรับว่ายูไนเต็ด "ยังคงสูญเสียรายได้" แต่ก็อยู่ในสถานะที่ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับตอนที่เขาเดินทางมาถึง
เขากล่าวขอโทษพนักงาน 450 คนที่ต้องถูกเลิกจ้างท่ามกลางแผนการลดต้นทุนของ แรตคลิฟฟ์ และยอมรับว่า "ความเชื่อมั่น" จะต้องถูกสร้างขึ้นใหม่ในเบื้องหลังที่สนามซ้อมแคริงตัน
อย่างไรก็ตาม แบร์ราดาก็รีบเน้นย้ำเช่นกันว่าอโมริมสมควรได้รับเครดิตสำหรับบทบาทที่เขาทำไว้กับมาตรฐานของยูไนเต็ด
เมื่อถูกถามว่ามันเป็นความผิดพลาดหรือไม่ที่จ้างกุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้ แบร์ราดากล่าวว่า "สำหรับผม มันไม่ใช่เรื่องขาวหรือดำไปซะหมด"
"ใช่ ในแง่ที่ว่ามันไม่ได้ผลสำเร็จตามเป้า แต่ผมคิดว่ารูเบนสมควรได้รับเครดิตอย่างมากในหลายๆ เรื่อง เขาช่วยยกระดับมาตรฐานในห้องแต่งตัว"
"ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยมและผมขออวยพรให้เขาโชคดี แต่เราคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น และในที่สุดมันก็คุ้มค่า"
แบร์ราดาเป็นคนผลักดันให้อโมริมมาแทนที่ เอริก เทน ฮาก เมื่อกุนซือชาวดัตช์ถูกไล่ออกในเดือนพฤศจิกายน 2024 และเป็นผู้นำในการเจรจาหลังจากบินตรงไปยังประเทศโปรตุเกส
สรุปข่าว
โอมาร์ แบร์ราดา ซีอีโอของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยโรดแมปการเสริมทัพในตลาดยกเค้าซัมเมอร์นี้ว่า สโมสรจะยังคงเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่โดยตั้งเป้าคว้าผู้เล่นใหม่อย่างน้อย 5 ราย ซึ่งรายแรกคือ เอแดร์ซอน กองกลางจากอตาลันตาที่ปิดดีลไปแล้วในราคา 38 ล้านปอนด์ ยูไนเต็ดจะยึดแนวทางเดิมจากปีก่อนคือการผสมผสานระหว่างผู้เล่นเก๋าเกมในพรีเมียร์ลีกกับดาวรุ่งที่มีศักยภาพระยะยาว โดยแบร์ราดาย้ำว่าสโมสรมีวินัยทางการเงินที่ชัดเจนและจะไม่ยอมให้เอเยนต์หรือราคาตลาดที่ปั่นขึ้นมาบงการการซื้อขาย
นอกจากนี้ แบร์ราดายังแสดงความมั่นใจในตัว ไมเคิล คาร์ริก ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมถาวร หลังทำผลงานยอดเยี่ยมพาทีมคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีก โดยเชื่อมั่นว่าสโมสรกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อบรรลุเป้าหมาย "Project 150" ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ภายในปี 2028 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 150 ปีของสโมสร พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ รูเบน อโมริม อดีตกุนซือที่แม้จะแยกทางกันไปแต่ก็ช่วยวางรากฐานและยกระดับมาตรฐานในห้องแต่งตัวไว้ให้ทีม สภาพการเงินของสโมสรในปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นหลังผ่านการปรับโครงสร้างและการลดต้นทุนครั้งใหญ่