นุสแซร์ มาซราวี แบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าเขารู้สึก “เศร้ามาก” หลังทราบข่าวว่า คาเซมิโร่ เตรียมอำลาทีมเมื่อจบฤดูกาลนี้ พร้อมเตือนว่าสโมสรอาจต้องเผชิญผลกระทบจากการเสียผู้เล่นที่เต็มไปด้วยประสบการณ์แบบนี้ไป
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนยกเครื่องแดนกลางครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ หลังคาเซมิโร่ประกาศเตรียมย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อสัญญาของเขาหมดลงหลังจบฤดูกาล โดยมิดฟิลด์ชาวบราซิลวัย 34 ปีจะปิดฉากเส้นทางกับทีมอย่างเป็นทางการ แม้จะผ่านช่วงพีคของอาชีพมาแล้ว แต่คาเซมิโร่ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีม โดยมักจับคู่กับ ค็อบบี้ เมนู คุมเกมแดนกลางให้ยูไนเต็ดอยู่เสมอ และแน่นอนว่าการหาตัวแทนที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย
เป็นที่ยอมรับกันมานานแล้วว่ามิดฟิลด์บราซิเลี่ยนรายนี้อาจไม่ได้มีพละกำลังเหมือนในช่วงพีคอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม โปรแกรมแข่งขันที่ไม่ถี่มากนักของทีมในฤดูกาลนี้ช่วยให้เขายังคงรักษาฟอร์มใน พรีเมียร์ลีก ไว้ได้อย่างน่าพอใจ
โดยคาเซมิโร่ลงตัวจริงทั้ง 7 นัดภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริก แต่การประกาศอำลาทีมเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ รูเบน อโมริม ยังเป็นกุนซือของสโมสรอยู่ในตอนนั้น
และในการให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์สโมสร มาซราวียอมรับว่าข่าวนี้ทำให้เขารู้สึกใจหายไม่น้อย : “ใช่ ผมรู้สึกเศร้ามาก ตอนที่เห็นข่าวประกาศ มันดูเหมือนเป็นวันที่แสนเศร้าจริงๆ”
เมื่อถูกถามว่าคาเซมิโร่มีความสำคัญกับทีมอย่างไร แนวรับทีมชาติโมร็อกโกก็ย้ำถึงสิ่งที่ยูไนเต็ดกำลังจะสูญเสียไป : “เขานำประสบการณ์มหาศาลมาสู่ทีม เขารู้ว่าการคว้าแชมป์ต้องทำอย่างไร และต้องผ่านเส้นทางแบบไหน เพราะเขาเคยทำมาแล้วและผ่านมันมาด้วยตัวเอง ดังนั้นเราจะคิดถึงเขามาก ทั้งในสนามและนอกสนาม”
ตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับยูไนเต็ด คาเซมิโร่สร้างช่วงเวลาสำคัญไว้ไม่น้อย โดยหนึ่งในไฮไลต์คือการโหม่งประตูในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่ช่วยให้ทีมเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 ภายใต้การคุมทีมของ เอริก เทน ฮาก คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ และอีกหนึ่งประตูที่แฟนบอลจดจำคือการโหม่งตีเสมอช่วงทดเวลานาทีที่ 94 ในนัดพบกับ เชลซี ช่วยให้ทีมแบ่งแต้มได้แบบสุดระทึก
ส่วนช่วงเวลาที่มาซราวีประทับใจที่สุดกับเพื่อนร่วมทีมรายนี้ กลับเป็นโมเมนต์เล็กๆ หลังจบเกม : “เขาเป็นคนที่จริงจังมากในเกม มีวินัยและอยากชนะทุกนาที แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจบเกม เราชนะและผู้ตัดสินเป่านกหวีดแล้ว เขาอยู่ตรงแบ็กขวาใกล้ผม แล้วจู่ๆ เขาก็เลี้ยงบอลลอดขาผมก่อนจะหัวเราะลั่นออกมา ซึ่งมันทำให้ผมก็หัวเราะตามเขาไปด้วยเหมือนกัน”