ป้ายว่าง

เปิดสถิติ "อโมริม" ห่วยสุดในประวัติศาสตร์ผีแดงยุคพรีเมียร์ลีก

Shaw_Shank 2026-01-05 แมนฯยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, รูเบน อโมริม, อโมริม, สถิติ
glory-manutd

เปิดสถิติ อโมริม ห่วยสุดในประวัติศาสตร์ผีแดงยุคพรีเมียร์ลีก


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจสั่งปลด รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุกีสวัย 40 ปีออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน หลังจากเขานำทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่จนถูกบันทึกว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีสถิติเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สโมสรเข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีกในปี 1992 เป็นต้นมา

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้บอร์ดบริหารหมดความอดทน คือการที่อโมริมออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีสโมสรอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเขาไม่ได้รับเกียรติให้ทำงานในฐานะ "ผู้จัดการทีม" ที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด แต่กลับถูกจำกัดบทบาทให้เป็นเพียง "หัวหน้าผู้ฝึกสอน" เท่านั้น

นอกเหนือจากผลงานในสนาม อโมริมยังมีปัญหากับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของทีม โดยเฉพาะความขัดแย้งเรื่องการเสริมทัพที่พลาดตัว อันตวน เซเมนโย ปีกของบอร์นมัธ รวมถึงพฤติกรรมที่ชอบวิจารณ์ลูกทีมผ่านสื่อ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับสโมสรเป็นอย่างมาก

ข้อมูลเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า อโมริมคุมทีมในพรีเมียร์ลีกไป 47 นัด แต่เก็บชัยชนะได้เพียง 15 เกม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ชนะเพียง 31.9% ซึ่งต่ำกว่ากุนซือทุกคนในยุคหลังเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แม้กระทั่ง ราล์ฟ รังนิก ที่เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักก็ยังมีสถิติที่ดีกว่าเขา

ตลอดระยะเวลาที่เขาคุมทัพ "ปีศาจแดง" ปราชัยในลีกไปถึง 19 นัด ซึ่งมากกว่าจำนวนนัดที่ชนะเสียอีก โดยหนึ่งในความล้มเหลวที่ฝังใจแฟนบอลที่สุดคือการพ่ายแพ้ต่อ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในนัดชิงชนะเลิศยูโรปาลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ทำให้ทีมวืดตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปีนี้

หากมองย้อนไปที่ เอริก เทน ฮาก กุนซือคนก่อนหน้า เขายังสามารถพาทีมชนะได้เกินครึ่งจากจำนวนนัดที่คุมทั้งหมด ขณะที่ โชเซ มูรินโญ ยังคงครองสถิติกุนซือที่มีผลงานดีที่สุดหลังยุคเฟอร์กี้ด้วยอัตราการชนะสูงถึง 53.8% ทิ้งห่างอโมริมแบบไม่เห็นฝุ่น

ความน่าอับอายยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนับตั้งแต่ที่อโมริมได้รับแต่งตั้ง หากลองคำนวณคะแนนรวมในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด จะรั้งอยู่อันดับ 14 จาก 17 ทีมที่ยืนระยะในพรีเมียร์ลีกมาตลอด โดยมีคะแนนน้อยกว่าทีมอย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ฟูแล่ม และบอร์นมัธ อย่างน่าเหลือเชื่อ

อโมริมกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดที่ต้องสังเวยเก้าอี้กุนซือที่ร้อนดั่งไฟในโรงละครแห่งความฝัน โดยเขาเป็นกุนซือคนที่ 7 ที่ถูกปลดนับตั้งแต่ปี 2013 ทิ้งไว้เพียงสถิติการเสียประตูเป็นอันดับ 4 ของลีก และจำนวนคลีนชีตที่น้อยกว่าทีมลุ้นหนีตายอย่างเวสต์แฮมเสียอีก

Ads


Related Post